ศึกฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เกมระหว่าง สิงโตคำรามอังกฤษ อังกฤษ ต้อนรับการมาเยือนของ อัศวินสีส้ม ฮอลแลนด์ผลปรากฎว่า เกมในช่วง 45 นาทีแรกเป็นอังกฤษที่สามารถครองบอลบุกเข้าใส่ได้มากกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 40 เจ้าถิ่นก็ได้ขึ้นนำ จาก เจมี่ วาร์ดี้ ตวัดแปจ่อๆเข้าไป ส่งให้อังกฤา ออกนำในครึ่งแรก 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง ฮอลแลนด์ มาได้จุดโทษ ในนาทีที่ 50 และ วินเซนต์ แยนส์เซน สังหารเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้ฮอลแลนด์ ไล่มาเป็น 1-1
หลังสกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง เจ้าบ้านก็ตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองลงมาหลายรายเพื่อหวังพลิกเกมแต่แล้วกลับเป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ ในนาทีที่ 76 จาก นาร์ซิงก์ ที่แปเข้าไปง่ายๆ ส่งให้ฮอลแลนด์ แซงนำ 2-1จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นฮอลแลนด์ที่บุกมาเอาชนะอังกฤษ ไปได้แบบพลิกล็อค 2-1
โดยนัดต่อไป ฮอลแลนด์บุกไปเยือนไอร์แลนด์ คืนวันที่ 27 พฤษภาคม ขณะที่ อังกฤษจะลงเตะกับตุรกีที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม วันที่ 22 พฤษภาคมนี้
ฝรั่งเศส เปิดรังไล่ต้อน รัสเซีย 4-2 เกมอุ่นเเข้ง
ศึกฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติ เกมระหว่าง “ตราไก่” ฝรั่งเศส เปิดบ้านต้อนรับมามาเยือน ของ “หมีขาว” รัสเซีย โดยเกมนี้ดิดิเยร์ เดชองส์ วันนีเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 6 คนจากนัดก่อนที่แพ้เนเธอแลนด์มา โดยได้ญอริสกลับมายืนเฝ้าเสา กองหลังเลือกใช้วารานยืนคู่กับซาโก้ ขนาบข้างด้วยเอฟรากับซานญา กองกลางได้ผู้เล่นหน้าใหม่อย่างก็องเต้จากเลสเตอร์ประสานงานกับป็อกบาและดิยารา ส่วนแดนหน้ามาร์กซิยาลและกรีซมันน์คอนซัพพอร์ตชิญักที่ยืนเป็นหน้าเป้า
ส่วนลีโอนิด ซรุตสกี้ นายใหญ่ของรัสเซียเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งทีม ยังคงมีอเล็กเซ เบเรซุตสกี้ที่ได้ยืนในตำแหน่งกองหลังต่อจากนัดก่อนจับคู่กับวาซิลี แบ็คซ้ายขวาเป็นซีร์คอฟกับคุซมิน กองกลางชิโรคอฟแพ็คเกมร่วมกับซาโกเยฟและโกโลวิน สามประสานแดนหน้าเป็นโคโคริน, ชาตอฟและซูบา
ปรากฏว่า ฝรั่งเศส ชนะ รัสเซีย 4-2 เจ้าถิ่นได้ประตูจาก เอ็นโกโล คอนเต ที่ประเดิมสนามแมตช์แรกในนามทีมชาติ ก็สามารถยิงประตูได้ทันที ในนาทีที่ 8, อังเดร-ปิแอร์ ชิญัก นาที 38, ดิมิทรี ปาเยต์ นาที 64, คิงส์ลีย์ โคมอง นาที 76 ทางทีมเยือนได้ประตูจาก อเล็กซานเดอร์ โคโคริน นาที 56, ยูริ ซีร์คอฟ นาที 68
เยอรมนี เปิดรังอัด อิตาลี ยับเยิน4-1เกมอุ่นเเข้ง
ศึกฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติ ณ อลิอันซ์ อารีนา ‘อินทรีเหล็ก’ ทีมชาติเยอรมนี ลงสนามพบกับ ทีมชาติอิตาลีโดยฝั่งเจ้าบ้านขาดผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง นอยเออร์ จึงส่ง สเตอร์เกน ลงมาเฝ้าเสาแทน และยังมี มาริโอ เกิทเซ่ที่นั่งสำรองในเกมลีกกับสโมสรได้ออกสตาร์ทในเกมนี้ ขณะที่ทัพอัซซูรีมี จานลุยจิ บุฟฟอน มือกาววัยเก๋าเฝ้าเสาผลปรากฎว่า เยอรมนี เปิดบ้านไล่ต้อน อิตาลี สกอร์ขาดลอย 4-1 เรียงหน้ายิงไม่ซ้ำคนแก้ตัวจากนัดก่อนที่พ่าย อังกฤษ คารัง 2-3 ทั้งที่นำห่าง 2-0 ได้สำเร็จ เยอรมนีได้ ประตูจาก โทนี โครส นาที 24, มาริโอ เกิตเซ นาที 46, โยนาส เฮคเตอร์ นาที 59 และเมซุต โอซิล นาที 75 (จุดโทษ) ทางแข้งแดนมะกะโรนีตีไข่แตกได้จาก สเตฟาน เอล ชาราวี นาที 83ขณะที่ ทีมชาติโปรตุเกส เปิดบ้านเชือด เบลเยียม 2-1 เจ้าถิ่นได้จาก คริสเตียโน โรนัลโด กับ นานี ช่วยกันซัดคนละประตูทางทีมเยือนได้ประตูจาก โรเมลู ลูกากู
ผลคู่อื่น ๆ
มอนเตเนโกร 0 – 0 เบลารุส
เอสโตเนีย 0 – 1 เซอร์เบีย
จอร์เจีย 1 – 1 คาซัคสถาน
มาซิโดเนีย 0 – 2 บัลแกเรีย
กรีซ 2 – 3 ไอซ์แลนด์
นอร์เวย์ 2 – 0 ฟินแลนด์
ยิบรอลตาร์ 0 – 5 ลัตเวีย
ลักเซมเบิร์ก 0 – 2 แอลเบเนีย
สวิตเซอร์แลนด์ 0 – 2 บอสเนียฯ
สวีเดน 1 – 1 สาธารณรัฐเช็ก
ออสเตรีย 1 – 2 ตุรกี